เที่ยงคืนที่ร้านขนมปัง
B2นิดาได้ทำงานกะดึกที่ร้านเบเกอรี่บ้านเราเกือบสองปีแล้ว แต่ชั่วโมงเงียบสงบยังคงทำให้เธอประหลาดใจ เมื่อเธอมาถึงห้าทุ่ม ถนนรอบ ๆ ว่างเปล่าและมีเพียงเสียงกุญแจหมุนประตูหลังหนัก ๆ เที่ยงคืนเตาอบเริ่มร้อนแรงแล้ว เธอเปิดเตาอบล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้แป้งซาวร์โดว์ชุดแรกขึ้นฟูในขณะที่เธอผสมแป้งหวาน สมชายเพื่อนร่วมงานมักมาถึงตีหนึ่งครึ่ง คืนนั้นเขาโทรมาบอกว่าลูกคนเล็กป่วย จึงทำให้นิดาต้องเตรียมขนมเช้าเพียงลำพัง
เธอปั้นครัวซองต์ด้วยการเคลื่อนไหวเร็วและชำนาญ จำได้ถึงเวลาที่นิ้วมือเธอยังเชื่องช้าเมื่อเริ่มงานใหม่ ๆ ตีสองเธอเลื่อนถาดแรกเข้าเตาอบและตั้งนาฬิกาจับเวลา ขณะรอเธอทำความสะอาดพื้นผิวหินอ่อนและสังเกตเห็นแป้งที่กะก่อนหน้านั้นทิ้งไว้เป็นทางยาวบนพื้น กลิ่นวนิลาและเนยอุ่นแผ่ไปทั่วห้อง
ตีสามเธอตรวจบันทึกอุณหภูมิที่เจ้าของร้านกำชับให้เก็บไว้ ทุกอย่างอยู่ในช่วงที่กำหนดซึ่งทำให้เธอโล่งใจเพราะการตรวจสอบเดือนที่แล้วเข้มงวดมาก ทันใดนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นคนขับรถส่งของแจ้งว่ารถตู้เสียบนถนนวงแหวนและจะมาช้าอย่างน้อยสี่สิบนาที นิดาคำนวณว่าขนมปังจะเสร็จก่อนเขามาถึง จึงตัดสินใจเริ่มบรรจุของที่เย็นตัวจากคืนก่อนลงกล่อง
ตีห้าครึ่งร้านเริ่มสว่างด้วยแสงแรกของรุ่งอรุณที่ส่องผ่านหน้าต่างสูง เธอเพิ่งติดฉลากกล่องสุดท้ายเมื่อกิตติผู้ฝึกงานคนใหม่ซึ่งเป็นคนแทนสมชายเดินเข้ามาพร้อมกาแฟร้อนสองแก้ว เขาขอโทษที่มาแต่เช้าและเสนอให้ช่วยขนของขึ้นรถ นิดายิ้มด้วยความขอบคุณที่กะยาวใกล้จะจบลง เมื่อเธอก้าวออกไปสู่อากาศเช้าสดชื่นที่หกโมงเช้า เธอรู้ว่าตนเองได้เปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นแถวขนมปังและขนมอบที่สมบูรณ์แบบอีกครั้งในขณะที่เมืองหลับใหล ตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอเปลี่ยนจากคนที่นิ้วมือยังเชื่องช้าให้กลายเป็นคนที่ทำงานได้ราบรื่นและแม่นยำ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอภูมิใจที่สุด