บอกว่าทำบ่อยแค่ไหน
บอกได้ว่าฉันทำสิ่งต่าง ๆ บ่อยแค่ไหน และเชื่อมสองประโยคให้เป็นประโยคเดียวได้
เวลาที่ระบุสำหรับเนื้อหาหลัก บางส่วนของเนื้อหาหลักไม่มีตัวเลขระบุเวลา ดังนั้นเวลาจริงของบทเรียนจึงนานกว่าผลรวมนี้
ไวยากรณ์
4 นาทีคำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่ — สิ่งสำคัญไม่ใช่ความหมาย แต่คือ ตำแหน่ง
| always | usually | often | sometimes | never |
|---|---|---|---|---|
| เสมอ | โดยปกติ | บ่อย | บางครั้ง | ไม่เคย |
กฎเรื่องตำแหน่งมีข้อเดียว แต่แบ่งเป็นสองส่วน:
- หน้าคำกริยาหลัก: I always get up at seven.
- หลังคำกริยา be: I am always late.
never เป็นคำปฏิเสธอยู่แล้วในตัว — จึงไม่ใส่ don't ซ้ำอีก: I never work on Sunday ไม่ใช่ I don't never work
บ่อยแค่ไหน — How often do you…?
คำสันธานสามคำที่เชื่อมประโยคเข้าด้วยกัน
| คำสันธาน | หน้าที่ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| and | เชื่อมความ | I work and I study. |
| but | แสดงความขัดแย้ง | I like coffee, but I don't like tea. |
| because | บอกเหตุผล | I get up late because I don't work. |
ข้อผิดพลาดของผู้พูดภาษาไทย
เขียนสำหรับภาษาของคุณวางคำบอกความถี่ไว้ท้ายประโยค
✗ I get up at seven always. ✗ I go to the cinema often. → ✓ I always get up at seven. ✓ I often go to the cinema. ภาษาไทยพูดว่า “ฉันตื่นเจ็ดโมงเสมอ” “ฉันไปดูหนังบ่อย ๆ” โดยวางคำบอกความถี่ไว้ท้ายประโยค แต่ภาษาอังกฤษกำหนดตำแหน่งไว้แน่นอน คือหน้าคำกริยาหลัก
ละ be เมื่อมีคำบอกความถี่
✗ I always late. ✗ He never late. → ✓ I am always late. ✓ He is never late. ภาษาไทยพูดว่า “ฉันสายเสมอ” โดยไม่มีคำกริยาเชื่อมหน้าคุณศัพท์ ผู้เรียนจึงลืม am / is แต่ในภาษาอังกฤษต้องมี be และคำบอกความถี่วางไว้หลัง be
ใช้ because คู่กับ so
✗ Because I don't work, so I get up late.
✓ I get up late because I don't work.
ภาษาไทยมีคู่ “เพราะ… จึง/ก็เลย…” ผู้เรียนจึงแปลทั้งสองคำ แต่ภาษาอังกฤษใช้คำสันธานเพียงคำเดียวเชื่อมสองประโยค
การออกเสียง
3 นาทีคำสันธานในการพูดต่อเนื่องออกเสียงเบาและสั้น
| เขียน | ออกเสียง |
|---|---|
| and | /ən/, บ่อยครั้งเป็น /n/ |
| but | /bət/ |
| because | /bɪˈkəz/, บ่อยครั้งเป็น /kəz/ |
fish and chips ออกเสียงคล้าย /ˈfɪʃn tʃɪps/ — นี่ไม่ใช่การพูดไม่ระวัง แต่เป็นเรื่องปกติ
บทอ่าน
3 นาทีI usually get up at seven, but on Sunday I get up at ten. I always have breakfast because I work until six. I sometimes go to the cinema in the evening. I never work at night.
แบบฝึกหัด
8–10 นาที1. เรียงคำ
- [ always / I / get up / at seven ]
- [ is / he / late / never ]
- [ sometimes / we / work / on Saturday ]
แสดงคำตอบ
2. เติมคำ
- I like tea I don't like coffee
- I work I study
- I'm tired I work a lot
แสดงคำตอบ
3. หาข้อผิดพลาด
- I don't never work.
- I get up always early.
- He always is late.
แสดงคำตอบ
4. จับคู่
คำบอกความถี่ → บ่อยแค่ไหน always, usually, sometimes, never → 0%, 100%, 50%, 80%
แสดงคำตอบ
สรุป
สิ่งที่เรียนในบทนี้
- คำบอกความถี่ห้าคำและตำแหน่งของคำเหล่านี้ ข้อห้ามใช้ปฏิเสธซ้อน คำสันธาน and
- but
- because บทต่อไป — บทที่ 12: ทบทวนบทที่ 7–11
สิ้นสุดส่วนหลัก
บทเรียนจะนับว่าเสร็จเมื่อทำแบบฝึกหัดครบ ทุกอย่างหลังจากนี้เป็นส่วนเสริม
ไม่บังคับ
คำศัพท์สำหรับชุดบัตรคำ
12 คำ- always /ˈɔːlweɪz/ เสมอ
- usually /ˈjuːʒuəli/ โดยปกติ, มักจะ
- often /ˈɒfn/ บ่อย
- sometimes /ˈsʌmtaɪmz/ บางครั้ง
- never /ˈnevə/ ไม่เคย
- because /bɪˈkɒz/ เพราะ, เพราะว่า
- but /bʌt/ แต่
- until /ənˈtɪl/ จนถึง (เวลา)
- cinema /ˈsɪnəmə/ โรงภาพยนตร์
- tired /ˈtaɪəd/ เหนื่อย
- a lot /ə ˈlɒt/ มาก
- tea /tiː/ ชา
การเขียน
เขียนห้าประโยคเกี่ยวกับกิจวัตรของคุณ โดยมีอย่างน้อยหนึ่งประโยคที่ใช้ but และหนึ่งประโยคที่ใช้ because
ตัวอย่าง
I usually get up at seven. I always have breakfast because I work until six. I sometimes go to the cinema, but I never work at night.
รายการตรวจทาน: คำบอกความถี่อยู่หน้าคำกริยาหลักและหลัง be หรือไม่ ใกล้ never ไม่มี don't ใช่หรือไม่
ฝึกฝนบทเรียนนี้ในส่วนอื่น ๆ
มีไอเดียสำหรับฟีเจอร์ใหม่หรือไม่?
บอกเราว่าคุณอยากเห็นอะไรต่อไป — เราอ่านทุกข้อความ
⚑ ไม่บังคับ