บอกเวลาและกิจวัตรประจำวัน
ถามได้ว่ากี่โมงแล้ว บอกเวลาได้ และบอกได้ว่าฉันทำอะไรเมื่อไร
เวลาที่ระบุสำหรับเนื้อหาหลัก บางส่วนของเนื้อหาหลักไม่มีตัวเลขระบุเวลา ดังนั้นเวลาจริงของบทเรียนจึงนานกว่าผลรวมนี้
ไวยากรณ์
4 นาทีกี่โมงแล้ว
| What time is it? | กี่โมงแล้ว |
| It's seven o'clock. | เจ็ดโมง |
| It's half past seven. | เจ็ดโมงครึ่ง |
| It's a quarter past seven. | เจ็ดโมงสิบห้านาที |
| It's a quarter to eight. | อีกสิบห้านาทีแปดโมง |
ระวัง: half past seven คือ 7:30 ไม่ใช่ 6:30 ภาษาอังกฤษนับจากชั่วโมงที่ผ่านมาแล้ว: “ครึ่งชั่วโมง หลังจาก เจ็ดโมง” ภาษาไทยก็นับแบบเดียวกัน (“เจ็ดโมงครึ่ง”) จึงแปลตรง ๆ ได้โดยไม่คลาดเคลื่อน
คำบุพบทบอกเวลาสามคำ
| คำบุพบท | ใช้กับ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| at | เวลาที่แน่นอน | at seven, at half past six |
| on | วัน | on Monday, on Sunday |
| in | ช่วงเวลาของวันและเดือน | in the morning, in May |
ข้อยกเว้นให้จำทั้งวลี: at night ไม่ใช่ in the night
ชื่อวันในสัปดาห์ ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่และใช้กับ on: Monday, Tuesday, Wednesday, Thursday, Friday, Saturday, Sunday.
in the morning, in the evening, to the cinema — จำทั้งวลีพร้อมกับ the คำนำหน้านาม the จะเรียนอย่างละเอียดในบทที่ 14 ตอนนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวลี เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของคำ
have breakfast, have lunch, have dinner — “กินอาหารเช้า” “กินอาหารกลางวัน” “กินอาหารเย็น” ในที่นี้ have คือการกระทำ ไม่ใช่การมี จึงไม่ใช้ got: I have breakfast at seven ไม่ใช่ I've got breakfast
ข้อผิดพลาดของผู้พูดภาษาไทย
เขียนสำหรับภาษาของคุณละคำบุพบทหน้าเวลาและวัน
✗ I get up seven o'clock. ✗ I work Monday. → ✓ I get up at seven o'clock. ✓ I work on Monday. ภาษาไทยพูดได้เลยว่า “ฉันตื่นเจ็ดโมง” “วันจันทร์ฉันทำงาน” โดยไม่ต้องมีคำบุพบท และถ้ามีก็มักเป็น “ตอน” หรือ “ใน” คำเดียวกันหมด แต่ภาษาอังกฤษต้องเลือก at, on หรือ in ให้ถูก ต้องจำเป็นตาราง เดาเอาไม่ได้
ใส่ o'clock กับทุกเวลา
✗ It's half past seven o'clock.
✓ It's half past seven.
ภาษาไทยมีคำว่า “โมง” อยู่ในทุกเวลา (“เจ็ดโมงครึ่ง” “เจ็ดโมงสิบห้านาที”) ผู้เรียนจึงเติม o'clock ตามไปด้วย แต่ภาษาอังกฤษใช้ o'clock เฉพาะเวลาเต็มชั่วโมงเท่านั้น
การออกเสียง
3 นาทีคำบุพบทในการพูดต่อเนื่องไม่ลงเสียงหนัก at มีรูปเสียงเบา /ət/ และ to มี /tə/ ส่วน in และ on ไม่เปลี่ยนสระ แต่ออกเสียงสั้น ๆ เปรียบเทียบ: I get up at seven — เสียงหนักอยู่ที่ตัวเลข ไม่ใช่ที่คำบุพบท
o'clock ออกเสียงว่า /əˈklɒk/ — พยางค์แรกแทบจะกลืนหายไป
บทอ่าน
3 นาทีI get up at seven o'clock. I have breakfast at half past seven. I go to work at eight. I work from nine to six. On Saturday I get up late — at ten or eleven. In the evening I read or watch a film.
แบบฝึกหัด
8–10 นาที1. เติมคำ
- seven o'clock
- Monday
- the morning
- May
- night
แสดงคำตอบ
2. จับคู่
- 7:30
- 8:15
- 9:45
- 10:00
แสดงคำตอบ
3. หาข้อผิดพลาด
- I get up in seven.
- I work on the morning.
- Half past six is 5:30.
แสดงคำตอบ
4. เรียงคำ
แตะคำตามลำดับแสดงคำตอบ
สรุป
สิ่งที่เรียนในบทนี้: การถามเวลา o'clock, half past, quarter past/to คำบุพบท at / on / in บทต่อไป — บทที่ 11: คุณทำสิ่งนี้บ่อยแค่ไหน
สิ้นสุดส่วนหลัก
บทเรียนจะนับว่าเสร็จเมื่อทำแบบฝึกหัดครบ ทุกอย่างหลังจากนี้เป็นส่วนเสริม
ไม่บังคับ
คำศัพท์สำหรับชุดบัตรคำ
18 คำ- time /taɪm/ เวลา
- o'clock /əˈklɒk/ นาฬิกา, โมง (เต็มชั่วโมง)
- half /hɑːf/ ครึ่ง
- quarter /ˈkwɔːtə/ หนึ่งในสี่, สิบห้านาที
- past /pɑːst/ เลย, หลัง (ในการบอกเวลา)
- get up /ɡet ˈʌp/ ลุกจากที่นอน, ตื่น
- breakfast /ˈbrekfəst/ อาหารเช้า
- lunch /lʌntʃ/ อาหารกลางวัน
- dinner /ˈdɪnə/ อาหารเย็น
- Monday /ˈmʌndeɪ/ วันจันทร์
- Tuesday /ˈtjuːzdeɪ/ วันอังคาร
- Wednesday /ˈwenzdeɪ/ วันพุธ
- Thursday /ˈθɜːzdeɪ/ วันพฤหัสบดี
- Friday /ˈfraɪdeɪ/ วันศุกร์
- Saturday /ˈsætədeɪ/ วันเสาร์
- Sunday /ˈsʌndeɪ/ วันอาทิตย์
- night /naɪt/ กลางคืน
- read /riːd/ อ่าน
การเขียน
เขียนห้าประโยคเกี่ยวกับวันของคุณ โดยระบุเวลาด้วย
ตัวอย่าง
I get up at seven. I have breakfast at half past seven. I go to work at nine. I have lunch at two. In the evening I read.
รายการตรวจทาน: หน้าเวลาที่แน่นอนมี at หรือไม่ หน้าวันในสัปดาห์มี on หรือไม่ “เจ็ดโมงครึ่ง” คือ half past seven ใช่หรือไม่
ฝึกฝนบทเรียนนี้ในส่วนอื่น ๆ
มีไอเดียสำหรับฟีเจอร์ใหม่หรือไม่?
บอกเราว่าคุณอยากเห็นอะไรต่อไป — เราอ่านทุกข้อความ
⚑ ไม่บังคับ