เล่าเรื่องการเดินทางตามลำดับ
เล่าเรื่องที่มีหลายเหตุการณ์ และบอกเหตุการณ์เหล่านั้นตามลำดับได้
เวลาที่ระบุสำหรับเนื้อหาหลัก บางส่วนของเนื้อหาหลักไม่มีตัวเลขระบุเวลา ดังนั้นเวลาจริงของบทเรียนจึงนานกว่าผลรวมนี้
ไวยากรณ์
5 นาทีกริยาที่ใช้บ่อยที่สุดยี่สิบคำไม่เติม -ed แต่มีรูปอดีตของตัวเอง รูปเหล่านี้หาจากกฎไม่ได้ ต้องจำ
| be → was/were | go → went | have → had | do → did | say → said |
| get → got | make → made | come → came | see → saw | know → knew |
| take → took | give → gave | find → found | think → thought | tell → told |
| leave → left | feel → felt | put → put | bring → brought | buy → bought |
said อ่านว่า /sed/ ส่วน bought และ thought ออกเสียงด้วยสระยาว /ɔː/ และไม่ออกเสียง gh
ลำดับเหตุการณ์ในเรื่องเล่า อาศัยคำสี่คำ:
| First, … | ก่อนอื่น |
| Then, … | จากนั้น |
| After that, … | หลังจากนั้น |
| Finally, … | ในที่สุด |
คำเหล่านี้วางไว้ต้นประโยค และคั่นด้วยจุลภาค
ข้อผิดพลาดของผู้พูดภาษาไทย
เขียนสำหรับภาษาของคุณเติม -ed ให้กริยาไม่ปกติ
✗ goed
✗ taked
✗ buyed
✓ went
took, bought กริยาไทยไม่เปลี่ยนรูปเลย พอเรียนกฎ -ed จากบทที่ 28 แล้ว ผู้เรียนจึงใช้กฎนี้ กับกริยาทุกคำ ข้อผิดพลาดนี้เลี่ยงไม่ได้ และจะหายไปด้วยการทบทวนซ้ำเท่านั้น
already แทนอดีตกาล
✗ I go home already
✓ I went home
Then I went home “แล้ว” ท้ายประโยคไทย (“ฉันกลับบ้านแล้ว”) บอกว่าเรื่องจบไปแล้ว ผู้เรียนจึงแปลเป็น already และคงกริยารูปเดิมไว้ ในภาษาอังกฤษ อดีตบอกด้วยตัวกริยา went เท่านั้น ส่วน “แล้ว” ต้นประโยค (“แล้วฉันก็กลับบ้าน”) ตรงกับ Then ซึ่งอยู่ต้นประโยคเช่นกัน (I then went home ก็ถูก แต่เป็นภาษาเขียน ไม่ใช่ภาษาพูด)
สับสน said กับ told
say คือพูดอะไรบางอย่าง tell คือพูดกับใครบางคน: He said that, He told me. ✗ He said me → ✓ He told me ภาษาไทยใช้ “บอก” ได้ทั้งสองแบบ (“เขาบอกว่า…” และ “เขาบอกฉัน”) ผู้เรียนจึงเลือก คำอังกฤษคำใดคำหนึ่งโดยไม่ดูว่าตามด้วยอะไร
th กลายเป็น /t/ และ /d/
✗ /tɔːt/, ✗ /den/ → ✓ /θɔːt/ (thought), /ðen/ (then) ภาษาไทยไม่มีเสียง /θ/ และ /ð/ ผู้เรียนจึงใช้เสียง ท และ ด ที่ใกล้ที่สุดแทน แต่ thought ที่อ่านเป็น /tɔːt/ จะฟังเป็นอีกคำหนึ่งในภาษาอังกฤษ
การออกเสียง
3 นาทีสระของกริยาไม่ปกติเปลี่ยนไป และนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องฟังให้ออก:
| see /siː/ → saw /sɔː/ | know /nəʊ/ → knew /njuː/ |
| take /teɪk/ → took /tʊk/ | give /ɡɪv/ → gave /ɡeɪv/ |
| buy /baɪ/ → bought /bɔːt/ | think /θɪŋk/ → thought /θɔːt/ |
ใน bought และ thought ตัวอักษร gh ไม่ออกเสียงเลย — เป็นร่องรอยของเสียงโบราณ
บทอ่าน
3 นาทีLast summer I went to Italy. First, I took a plane to Rome. Then I found a small hotel next to the station. The hotel was old but clean. After that, I walked in the city every day. I saw a lot of old streets and I bought a book about Rome. Finally, I came home in August.
แบบฝึกหัด
8–10 นาที1. เติมคำ
- I (go) to Italy
- She (take) a taxi
- We (see) a film
- He (buy) a new car
- They (come) home late
แสดงคำตอบ
2. หาข้อผิดพลาด
- I goed to the park.
- He said me the answer.
- I go home already.
แสดงคำตอบ
3. ลำดับเหตุการณ์
เรียงลำดับ: Finally, First, Then, After that
แสดงคำตอบ
4. จับคู่
- go
- see
- buy
- think
- take
แสดงคำตอบ
สรุป
สิ่งที่เรียนในบทนี้: กริยาไม่ปกติยี่สิบคำ คำบอกลำดับเหตุการณ์สี่คำ say กับ tell บทต่อไป — บทที่ 30: ทบทวนบทที่ 25–29
สิ้นสุดส่วนหลัก
บทเรียนจะนับว่าเสร็จเมื่อทำแบบฝึกหัดครบ ทุกอย่างหลังจากนี้เป็นส่วนเสริม
ไม่บังคับ
คำศัพท์สำหรับชุดบัตรคำ
12 คำ- went /went/ ได้ไป
- saw /sɔː/ ได้เห็น
- took /tʊk/ ได้หยิบ, ได้เอา
- bought /bɔːt/ ได้ซื้อ
- thought /θɔːt/ ได้คิด
- told /təʊld/ ได้บอก
- first /fɜːst/ แรก, ที่หนึ่ง; ก่อนอื่น
- then /ðen/ แล้ว, จากนั้น
- after that /ˈɑːftə ðæt/ หลังจากนั้น
- finally /ˈfaɪnəli/ ในที่สุด
- about /əˈbaʊt/ เกี่ยวกับ
- late /leɪt/ สาย, ดึก, ช้า
การเขียน
ห้าประโยคเกี่ยวกับการเดินทาง ใช้คำบอกลำดับเหตุการณ์
ตัวอย่าง
Last summer I went to Italy. First, I took a plane to Rome. Then I found a small hotel. After that, I walked in the city every day. Finally, I came home.
รายการตรวจทาน: กริยาไม่ปกติไม่มี -ed ใช่หรือไม่ คำบอกลำดับเหตุการณ์อยู่ต้นประโยคหรือไม่
ฝึกฝนบทเรียนนี้ในส่วนอื่น ๆ
มีไอเดียสำหรับฟีเจอร์ใหม่หรือไม่?
บอกเราว่าคุณอยากเห็นอะไรต่อไป — เราอ่านทุกข้อความ
⚑ ไม่บังคับ