ถ่ายทอดคำพูดของคนอื่น
เข้าใจและเล่าต่อได้ว่าคนอื่นพูดอะไร
เวลาที่ระบุสำหรับเนื้อหาหลัก บางส่วนของเนื้อหาหลักไม่มีตัวเลขระบุเวลา ดังนั้นเวลาจริงของบทเรียนจึงนานกว่าผลรวมนี้
ไวยากรณ์
5 นาทีการเล่าต่อคำพูดของคนอื่นใช้กริยาสองคำ และใช้แทนกันไม่ได้
| say — พูดว่าอะไร | He said that he was tired. |
| tell — บอกใคร | He told me that he was tired. |
say ตามด้วยคนฟังโดยไม่มีคำบุพบทไม่ได้: ✗ He said me → ✓ He said to me หรือ He told me
คำว่า that ละได้: He said (that) he was tired — ถูกทั้งสองแบบ
เวลาเล่าต่อ กาลจะถอยหลังไปหนึ่งขั้น:
| คำพูดตรง | การเล่าต่อ |
|---|---|
| "I am tired." | He said he was tired. |
| "I work here." | She said she worked here. |
| "I will call you." | He said he would call me. |
ในระดับนี้ต้อง “จำได้” เมื่อเห็นการถอยกาล ยังไม่ต้องสร้างเอง จะเรียนเต็ม ๆ ในระดับ B1 พร้อมกับการเล่าต่อคำถามและคำขอร้อง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่า was ในการเล่าต่อไม่ได้หมายถึงอดีต: คนพูดพูดถึงปัจจุบันของเขา ภาษาไทยไม่เปลี่ยนรูปกริยาเลย (“เขาบอกว่าเหนื่อย”) จึงต้องสังเกตให้ดี
สรรพนามก็เปลี่ยนด้วย: "I am tired" → He said he was tired.
อย่าปนคำพูดตรงกับการเล่าต่อ: ใช้ He said, "I am tired." หรือ He said (that) he was tired อย่างใดอย่างหนึ่ง
ข้อผิดพลาดของผู้พูดภาษาไทย
เขียนสำหรับภาษาของคุณtold ที่ไม่มีคนฟัง
✗ She told that she was busy
✓ She said that she was busy
หรือ She told me that she was busy “เธอบอกว่ายุ่ง” — “บอก” ในภาษาไทยไม่ต้องมีคนฟังก็ได้ แต่ tell ต้องมีคนฟังตามหลังเสมอ นี่คือข้อผิดพลาดหลักของบทนี้
said me
✗ He said me that…
✓ He told me
หรือ He said to me “เขาบอกฉันว่า…” — ถ้าแปล “บอก” เป็น say จะได้ said me แต่หน้าคนฟัง say ต้องมี to
that หน้าคำพูดตรง
✗ He said that "I am tired"
✓ He said that he was tired
หรือ He said, "I am tired." ภาษาไทยใส่ “ว่า” ได้ทั้งหน้าคำพูดในเครื่องหมายคำพูด (เขาบอกว่า “ฉันเหนื่อย”) และหน้าการเล่าต่อ แต่ that ใช้กับการเล่าต่อเท่านั้น
ไม่มีประธานหลัง said
✗ She said was busy
✓ She said she was busy
ภาษาไทยไม่ต้องพูด “เธอ” ซ้ำ แต่ภาษาอังกฤษส่วนที่เล่าต่อต้องมีประธานของตัวเอง
การออกเสียง
3 นาทีในการเล่าต่อ เสียงหนักอยู่ที่เนื้อหา ไม่ใช่ที่กริยา “พูด”:
He said he was tired. She told me she worked there.
said /sed/ — สั้น สระ /e/ ไม่ใช่ /eɪ/ อย่าอ่านตามตัวสะกด told /təʊld/ — สระประสมยาว และ /l/ ท้ายคำไม่ใช่ “น” แบบตัวสะกด “ล” ในภาษาไทย
บทอ่าน
3 นาทีI called the office this morning. The manager said that he was busy and that he would call me back at two. My colleague said she had a problem with the new system. She told me that it didn't work on her computer. I said I would help her after lunch.
แบบฝึกหัด
8–10 นาที1. เติมคำ
- He that he was tired
- He me that he was tired
- She me about the problem
- She that the system didn't work
แสดงคำตอบ
2. หาข้อผิดพลาด
- He said me that he was busy.
- He said that "I am tired".
- She told that she was busy.
แสดงคำตอบ
3. จับคู่
- "I am tired."
- "I work here."
- "I will call you."
แสดงคำตอบ
4. เล่าต่อ
- Tom: "I am busy."
- Anna: "I work here."
แสดงคำตอบ
สรุป
สิ่งที่เรียนในบทนี้: say กับ tell การเล่าต่อด้วย that การจำการถอยกาลได้ และการเปลี่ยนสรรพนาม บทต่อไป — บทที่ 30: ทบทวนบทที่ 25–29
สิ้นสุดส่วนหลัก
บทเรียนจะนับว่าเสร็จเมื่อทำแบบฝึกหัดครบ ทุกอย่างหลังจากนี้เป็นส่วนเสริม
ไม่บังคับ
คำศัพท์สำหรับชุดบัตรคำ
12 คำ- say /seɪ/ พูด, พูดว่า
- said /sed/ ได้พูดว่า
- tell /tel/ บอก (ใครบางคน), เล่า
- told /təʊld/ ได้บอก
- ask /ɑːsk/ ถาม, ขอ
- refuse /rɪˈfjuːz/ ปฏิเสธ
- explain /ɪkˈspleɪn/ อธิบาย
- call back /kɔːl ˈbæk/ โทรกลับ
- busy /ˈbɪzi/ ยุ่ง, ไม่ว่าง
- system /ˈsɪstəm/ ระบบ
- mention /ˈmenʃn/ พูดถึง, เอ่ยถึง
- later /ˈleɪtə/ ทีหลัง
การเขียน
สี่ประโยค — เล่าต่อบทสนทนาที่คุณมีวันนี้
ตัวอย่าง
I called the office this morning. The manager said that he was busy. He said he would call me back at two. My colleague said she had a problem with the system.
รายการตรวจทาน: ใช้ told เมื่อมีคนฟัง ใช้ said เมื่อไม่มีใช่หรือไม่ เปลี่ยนสรรพนามแล้วใช่หรือไม่
ฝึกฝนบทเรียนนี้ในส่วนอื่น ๆ
มีไอเดียสำหรับฟีเจอร์ใหม่หรือไม่?
⚑ ไม่บังคับ